คาถาเงินล้าน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง สวด 9 จบ เสริมโชคลาภ ค้าขาย ปลดหนี้

คาถาเงินล้าน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง สวด 9 จบ เสริมโชคลาภ ค้าขาย ปลดหนี้

คาถาเงินล้าน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง สวด 9 จบ เสริมโชคลาภ ค้าขาย ปลดหนี้

"คาถาเงินล้าน" ของ พระราชพรหมยาน หรือ "หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ถือเป็นหนึ่งในพระคาถามหาลาภที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่พุทธศาสนิกชนและพ่อค้าแม่ขายทั่วฟ้าเมืองไทย โดยเป็นพระคาถาที่ได้รับการรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นจากการปฏิบัติพระกรรมฐาน โดยมีรากฐานเชื่อมโยงมาจากพระคาถาปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ผสานกับพระคาถาที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้รับจากการภาวนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา

ในทางความเชื่อ คาถาเงินล้านนิยมสวดเพื่อเสริมสิริมงคลด้านโชคลาภ ความคล่องตัวทางการเงิน เกื้อหนุนการค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง และช่วยผ่อนปรนภาระหนี้สินให้เบาบางลง อย่างไรก็ดี ตามหลักพุทธศาสนาที่แท้จริง การสวดคาถาเงินล้านเป็นกุศโลบายชั้นยอดในการฝึกอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ ละวางความโลภ และสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบสัมมาอาชีวะด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความมั่นคงและมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

คาถา/บทสวดนี้คืออะไร? + เชื่อกันว่าเสริมด้านใด?

1. คาถาเงินล้านคืออะไร?
คาถาเงินล้าน คือ พระคาถาที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ได้รวบรวมขึ้นจากการภาวนากรรมฐาน โดยมีโครงสร้างผสานพระคาถาสำคัญหลายบทเข้าด้วยกัน ได้แก่ บทสนองกลับป้องกันอุปสรรค (สัมปะจิตฉามิ), บทมหาเทพมหาลาภ, หัวใจคาถาเงินล้าน (มิเตพาหุหะติ), พระคาถาปัจเจกพุทธเจ้า (วิระทะโย...), และบทเร่งลาภผล (สัมปะติจฉามิ เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ) จนสำเร็จสมบูรณ์เป็นยอดพระคาถาเมตตามหาลาภของวัดท่าซุง

2. เชื่อกันว่าเสริมด้านใด?
ตามคติความเชื่อและศรัทธาที่สืบทอดกันมา เชื่อกันว่าการสวดภาวนาคาถาเงินล้านเป็นประจำช่วยเสริมมงคลชีวิตในมิติต่างๆ ดังนี้:
- เสริมสร้างสิริมงคลด้านโชคลาภ ความคล่องตัวทางการเงิน และมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ
- ช่วยเปิดทางปลดเปลื้องภาระหนี้สิน คลายความขัดสน และขจัดอุปสรรคทางการเงิน
- เสริมเมตตามหานิยม เกื้อหนุนให้ทำมาค้าขายคล่อง ลูกค้าอุดหนุน ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรือง
- เสริมสร้างสมาธิ ความสงบระงับทางจิตใจ คลายความวิตกกังวล และสร้างพลังใจในการทำงาน

บทสวดหรือคาถา และ คำอ่าน

(บทเริ่มต้น: ตั้งนะโม 3 จบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

(บทสวดพระคาถาเงินล้าน ฉบับเต็ม)

สัมปะจิตฉามิ นาสังสิโม

พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ

พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม

มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม มิเตพาหุหะติ

พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา

วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม

สัมปะติจฉามิ เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ

--- คำอ่านออกเสียง ---

สัม-ปะ-จิด-ฉา-มิ นา-สัง-สิ-โม

พรม-มา จะ มะ-หา-เท-วา สับ-เพ-ยัก-ขา ปะ-รา-ยัน-ติ

พรม-มา จะ มะ-หา-เท-วา อะ-พิ-ลา-พา พะ-วัน-ตุ เม

มะ-หา-ปุน-โญ มะ-หา-ลา-โพ พะ-วัน-ตุ เม มิ-เต-พา-หุ-หะ-ติ

พุด-ทะ-มะ-อะ-อุ นะ-โม-พุด-ทา-ยะ วิ-ระ-ทะ-โย วิ-ระ-โค-นา-ยัง วิ-ระ-หิง-สา

วิ-ระ-ทา-สี วิ-ระ-ทา-สา วิ-ระ-อิด-ถิ-โย พุด-ทัด-สะ มา-นี-มา-มะ พุด-ทัด-สะ สะ-หวา-โหม

สัม-ปะ-ติด-ฉา-มิ เพ็ง-เพ็ง พา-พา หา-หา รือ-รือ

ความหมาย และ ที่มาและความเป็นมา

1. ความหมายของพระคาถา
บทสวดคาถาเงินล้านมีความหมายและนัยธรรมะในแต่ละวรรค ดังนี้:
- "สัมปะจิตฉามิ นาสังสิโม" มีความหมายว่า เป็นบทสนองกลับเพื่อป้องกันอุปสรรคและสิ่งอัปมงคล
- "พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ" หมายถึง อัญเชิญพรหมและมหาเทพ โปรดขจัดปัดเป่าอุปสรรคให้พินาศไป
- "พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม" หมายถึง ขออำนาจพรหมและมหาเทพ บันดาลให้เกิดลาภผลอันยิ่งใหญ่
- "มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม" หมายถึง ด้วยอานุภาพแห่งมหาบุญ ขอโชคลาภอันไพศาลจงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้า
- "มิเตพาหุหะติ" เป็นหัวใจคาถาเงินล้าน
- "พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย..." เป็นพระคาถาปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ น้อมระลึกถึงพระพุทธคุณและความหลุดพ้นจากความยากจน
- "สัมปะติจฉามิ เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ" เป็นคำบริกรรมโบราณเพื่อเร่งลาภผลให้ปรากฏบริบูรณ์โดยเร็ว

2. ที่มาและความเป็นมา
จุดเริ่มต้นของคาถาเงินล้านสืบทอดมาจากพระคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ต่อมาหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ได้นำมาปฏิบัติกรรมฐานและได้รับพระคาถาวรรคอื่นๆ เพิ่มเติมจากการบำเพ็ญภาวนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2527 จึงได้รวบรวมเป็นพระคาถาเงินล้านฉบับสมบูรณ์ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการประกอบสัมมาอาชีพแก่ศิษยานุศิษย์

วิธีสวดและจำนวนจบ

1. การเตรียมตัวและข้อปฏิบัติก่อนสวด:
- ทำจิตใจให้สงบ ผ่อนคลาย ละวางความโลภและความฟุ้งซ่าน
- ตั้งจิตอยู่ในความบริสุทธิ์ของศีล 5 ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย หลวงพ่อปาน และหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
- จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (หรือพนมมือตั้งจิตหากไม่สะดวกจุดไฟ)

2. จำนวนจบและช่วงเวลาในการสวด:
- สวดประจำวัน: นิยมสวดวันละ 9 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน
- ผู้ประกอบการค้าขาย: นิยมสวด 9 จบก่อนเปิดร้าน หรือสวด 30 จบต่อวัน เพื่อเสริมบารมีและกำลังใจในการค้าขาย
- ผู้ที่ต้องการสร้างสมาธิอย่างลึกซึ้ง: อาจสวดภาวนา 108 จบ หรือบริกรรมในใจระหว่างวันขณะทำงาน
- เวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือช่วงค่ำก่อนนอนในบรรยากาศที่เงียบสงบ

ความหมายและความสำคัญของบทสวด

คาถาเงินล้านมิได้มีคุณค่าจำกัดเพียงเรื่องความเชื่อด้านโชคลาภทางวัตถุเท่านั้น แต่หัวใจที่แท้จริงคือการเป็น "กุศโลบายทางธรรม" ในการฝึกจิตภาวนา:
1. การฝึกสมาธิและสติ: บทสวดที่มีจังหวะและความยาวพอเหมาะ ช่วยดึงจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะ ลดความฟุ้งซ่าน ลดความวิตกกังวล และสร้างความสงบระงับทางอารมณ์
2. การเตือนสติในสัมมาอาชีวะ: การสวดมนต์ช่วยกล่อมเกลาให้บุคคลยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร และการรักษาศีล 5
3. การเกื้อกูลแบ่งปัน: หลวงพ่อฤๅษีลิงดำสอนเสมอว่า ความคล่องตัวทางการเงินจะยั่งยืนได้ ต้องควบคู่ไปกับการทำบุญทำทาน แบ่งปันแก่สังคม และดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม 1: คาถาเงินล้านจำเป็นต้องสวดกี่จบจึงจะเห็นผลดีที่สุด?

คำตอบ: นิยมสวดวันละ 9 จบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่จำนวนจบ หากแต่อยู่ที่ความตั้งใจจริง จิตใจที่เป็นสมาธิสงบ และความสม่ำเสมอในการสวดภาวนา

คำถาม 2: สวดคาถาเงินล้านแล้วจะรวยจริงหรือไม่?

คำตอบ: ตามหลักพุทธศาสนา คาถาช่วยเสริมสร้างกำลังใจ พลังบวก และสติปัญญา แต่ความร่ำรวยที่แท้จริงต้องเกิดจากการลงมือทำงานสุจริตด้วยความขยันหมั่นเพียรและการบริหารเงินอย่างรอบคอบ

คำถาม 3: คาถาเงินล้านกับพระคาถาปัจเจกพุทธเจ้ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

คำตอบ: คาถาเงินล้านมีส่วนท่อนกลาง (วิระทะโย...) ที่นำมาจากพระคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้นำมารวมกับพระคาถาวรรคอื่นๆ จนสมบูรณ์

คำถาม 4: มีข้อห้ามอะไรบ้างในการสวดคาถาเงินล้าน?

คำตอบ: ข้อห้ามสำคัญคือการไม่ผิดศีล 5 โดยเฉพาะการลักทรัพย์และการพูดปดหลอกลวงผู้อื่น และไม่ควรสวดด้วยจิตที่มีความโลภจัดจนขาดสติ

แชร์บทความ :

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า